จุดเริ่มต้นจากมหาภัยพิบัติสึนามิ
ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นที่กลางทะเลใกล้เกาะสุมาตราของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ส่งผลให้เกิดคลื่นทะเลขนาดใหญ่ (สึนามิ) พัดเข้าหาชายฝั่งทะเลด้านอันดามันของประเทศไทย ในจังหวัดภูเก็ต, กระบี่, สตูล, พังงา และระนอง สร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนเป็นจำนวนมาก
ผู้ประสบภัยซึ่งเป็นทั้งประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ได้ถูกคลื่นซัดจมน้ำเสียชีวิตจำนวนมาก ร่างผู้เสียชีวิตบางส่วนถูกโคลนทรายฝังกลบเป็นเวลานานจนเน่าเปื่อย ทำให้ไม่สามารถพิสูจน์ตัวตนได้ในทันที
ความท้าทายในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล
จากการที่มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากและหลักฐานต่างๆ ที่ใช้ยืนยันตัวบุคคลได้สูญหายไป จึงเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจพิสูจน์ตัวบุคคล
"จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้สร้างความสับสนในการปฏิบัติงานเป็นอย่างยิ่ง... มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วย... ซึ่งต่างฝ่ายต่างปฏิบัติในหน้าที่ของตนไม่มีการประสานงานกันทั้งที่เป็นงานเรื่องเดียวกัน จึงเกิดปัญหาความล่าช้าแก่ผู้มาติดต่อในการรับศพผู้เสียชีวิต"
สู่การบูรณาการตามมาตรฐานสากล และการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ
ด้วยเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและกินพื้นที่กว้างขวาง ทำให้หน่วยงานตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลจากภัยพิบัติ หรือ DVI (Disaster Victim Identification) จาก 42 ประเทศทั่วโลก ได้เข้าร่วมการตรวจพิสูจน์เพื่อยืนยันเอกลักษณ์บุคคลตามมาตรฐานสากลของ INTERPOL ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย
การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล (ศปก.พอส.ตร.)
ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและการส่งกลับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขึ้น โดยใช้ชื่อย่อว่า ศปก.พอส.ตร. ตั้งอยู่ ณ สำนักงานวิทยาการตำรวจ (สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจในปัจจุบัน) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานและปฏิบัติภารกิจด้านการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลในเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ สืบมาจนถึงปัจจุบัน